เสริมระดับความสำเร็จด้วยสิ่งทออัจฉริยะ

 

• Smart Textile หรือ สิ่งทออัจฉริยะ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงส่งผลต่อผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้าในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไปยังต่างประเทศ

• สิ่งทออัจฉริยะถูกนำมาใช้ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย อาทิ ชุดเล่นกีฬา เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย เครื่องแบบสำหรับคนงานก่อสร้างหรือโรงงาน

 

 

ในยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย การเกิดขึ้นของ Smart Textile หรือ สิ่งทออัจฉริยะ ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ได้มีการคิดค้นพัฒนาวัสดุประยุกต์กับเทคโนโลยีเพื่อผลิตเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อันนอกเหนือจากเส้นด้าย ไหม หรือใยสังเคราะห์ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงส่งผลต่อผู้ส่งออกสินค้าในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไปยังต่างประเทศ ที่จะต้องปรับตัวด้านสินค้าและบริการให้ธุรกิจก้าวหน้าทันโลก ตรงใจผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ได้สร้างคำนิยามของเสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ใช่เพียงผ้าปกปิดร่างกาย แต่ยังส่งเสริมความปลอดภัยของสุขภาพและร่างกายของผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนยุคนี้ให้ความสำคัญอันดับต้นๆ ร่วมด้วย

 

 

การพัฒนา Smart Textile สู่การนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในต่างประเทศพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจาก Japan Patent Office (JPO) เมื่อปี 2564 เผยว่า ประเทศ 5 อันดับสูงสุดที่มีการจดสิทธิบัตร Smart Textile สำหรับพัฒนาสินค้าได้แก่ จีน 40.8% สหรัฐอเมริกา 25.1% สหภาพยุโรป 11.9% เกาหลีใต้ 8.8% และญี่ปุ่น 8.5% ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการนำ Smart Textile มาใช้ผลิตมีหลากหลายวงการ อาทิ เสื้อกีฬาหรือชุดนอนที่สามารถติดตามสภาพร่างกายประจำวันและแจ้งเตือนความผิดปกติของร่างกายได้ เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัยที่สามารถช่วยแจ้งเตือนหากผู้สวมใส่หกล้ม เสื้อผ้าสำหรับคนงานก่อสร้างหรือโรงงานที่ช่วยเตือนหากสภาพร่างกายของผู้สวมใส่อยู่ในภาวะเหน็ดเหนื่อยหรือกดดัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า สิ่งทออัจฉริยะอยู่ใกล้ตัวผู้คนยุคปัจจุบันในแทบทุกกิจกรรม และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สวมใส่

 

 

ดังนั้น โอกาสที่หลายธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะเติบโตและเหนือกว่าคู่แข่งได้ในยุคดิจิทัลก็ย่อมขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยี Smart Textile มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ขอยกตัวอย่างตลาดญี่ปุ่นดังนี้ บริษัท Nisshinbo Textile ในเครือของ Nisshinbo Holdings ได้พัฒนาเข็มขัดคาดครรภ์อัจฉริยะ (Smart Pregnancy Belt) ที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 2-3 วันเมื่อผู้สวมใส่มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ภาวะคลอดบุตร หรือบริษัท Toyobo ที่ได้พัฒนาฟิล์มนำไฟฟ้าซึ่งมีความยืดหยุ่นสำหรับเสื้อผ้าอัจฉริยะ ภายใต้แบรนด์ Cocomi ที่ช่วยตรวจจับอาการง่วงนอนของผู้สวมใส่ในขณะขับขี่ยานพาหนะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือบริษัท SPHELAR POWER ที่ได้พัฒนา SPHELAR Textiles ซึ่งเป็นสิ่งทอพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำมาใช้ผลิตเป็นกระเป๋าเป้ ผ้าหลังคาเต็นท์ หรือสินค้าอื่นๆ ด้วยคุณสมบัติความบางและยืดหยุ่น กันน้ำได้ และสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์รักษ์โลกในปัจจุบันอีกด้วย

 

จากข้อมูลอันหลากหลายที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม จะละเลยบทบาทของ Smart Textile หรือ สิ่งทออัจฉริยะ ในการยกระดับธุรกิจไม่ได้เลยทีเดียว…

 

แหล่งอ้างอิง

 

• ทำความรู้จัก Smart Textiles สิ่งทออัจฉริยะ ที่จะเปลี่ยนโลกของการถักทอเสื้อผ้าแบบเดิมให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

https://www.smartsme.co.th/content/244873

• Smart Textiles: อนาคตใหม่ของสินค้าสิ่งทอในญี่ปุ่น

https://www.ditp.go.th/contents_attach/734854/734854.pdf