โต้คลื่นความหลากหลายในโลกแฟชั่น

 

• คำว่าอนาคตและแฟชั่นดูจะกลายเป็นคำที่ประสมกันทันทีในโลกยุคใหม่ เมื่อวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องการเปลี่ยนแปลงวงการตัวเองให้ดีขึ้นและมีความหลากหลาย

• ผลจากคลื่นกระแทกของคอนเซปต์โลกยุคใหม่ ทำให้เกิด 3 คลื่นหลัก ดังนี้ 1. การขยายตัวทางการตลาดของเสื้อผ้าสไตล์ Unisex หรือเสื้อที่ใส่ได้โดยคนทุกเพศ 2. เสื้อผ้าไม่ได้ถูกสร้างมาให้คนที่มีสัดส่วนแบบสังคมต้องการเท่านั้น และ 3. เสื้อผ้าที่ผลิตมาในปัจจุบันจึงเริ่มมีเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้เข้ากับคนผิวสีมากขึ้น ผ่านรันเวย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

• ในอนาคต เทรนด์ความเท่าเทียมและความหลากหลายจะอยู่เหนือความหรูหรา และไม่ได้เกิดแค่บางที่ในโลก แต่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้น แบรนด์ที่ไม่สามารถปรับตัวต่อความต้องการของคนยุคใหม่ก็มีแนวโน้มที่จะอยู่รอดไม่ได้

 

 

8 ปีที่แล้ว เกิดหนังสือชื่อ The Future of Fashion Is Now ที่กล่าวถึงโลกของวงการแฟชั่นที่กำลังเปลี่ยนไป 6 ปีต่อมา นิตยสารแฟชั่นชื่อดัง Vogue ได้ออกคอนเซ็ปต์ภาพแฟชั่นหนึ่งชื่อ The Future Is Now ที่เป็นคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าที่สื่อถึงความอิสระและความก้ำกึ่งระหว่างเพศ และ 2 ปีให้หลังหรือปี 2022 กระแสของความหลากหลายทางแฟชั่นก็ประทุขึ้นมากกว่าครั้งไหนๆ

 

คำว่าอนาคตและแฟชั่นดูจะกลายเป็นคำที่ประสมกันทันทีในโลกยุคใหม่ เมื่อวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องการเปลี่ยนแปลงวงการตัวเองให้ดีขึ้นและมีความหลากหลาย หลังจากคนเริ่มเห็นว่าแฟชั่นก็สะท้อนความเป็นเหมือนเดิมกับในอดีตเสมอมา คนที่เดินบนรันเวย์ก็เป็นคนขาวและมีสัดส่วนคล้ายๆ กันหมด

 

 

วงการแฟชั่นได้พัฒนามาอย่างยาวนานด้วยคอนเซ็ปต์ที่คำว่า “แฟชั่น” ต้องสวยงามและหรูหราเสมอ แต่ก็เพราะคอนเซ็ปต์แบบนี้ จึงทำให้วงการแฟชั่นตาบอดและมีปัญหาแบบเดิมเสมอเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคอนเซ็ปต์ของความหรูหราดูจะจางลง เนื่องจากคลื่นของโลกสมัยใหม่ได้เข้ามากระแทกถึงวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นจนได้ และได้นำเสนอแนวทางคอนเซ็ปต์ใหม่ต่อวงการแฟชั่นนั้นคือ ความเท่าเทียมและความหลากหลาย

 

ผลจากคลื่นกระแทกของคอนเซปต์โลกยุคใหม่อย่างแรกเลยคือ การขยายตัวทางการตลาดของเสื้อผ้าสไตล์ Unisex หรือเสื้อที่ใส่ได้โดยคนทุกเพศ คงปฏิเสธไม่ได้ที่เวลาเราเดินห้างเข้าไปร้านเสื้อผ้าตอนนี้ เราจะเห็นเสื้อผ้าส่วนมากมีความเรียบง่าย ไม่หรูหราแบบที่ขุนนางใส่ แต่ความเรียบง่ายแบบนั้น มันก็ทำให้คิดได้ว่าจะชายหรือหญิงก็สามารถใส่มันได้ ตอนนี้ ตลาดของแฟชั่นได้เปลี่ยนผ่านมาสู่ความต้องการของคนเจน Z ต่อเรื่องของเพศ เราจึงเห็นร้านเสื้อผ้าชื่อดังต่างๆ อย่าง H&M หรือ Ader Error เริ่มจำหน่ายเสื้อผ้าสไตล์นี้มากขึ้น เช่น เสื้อผ้าชุด Denim United ของ H&M

 

สิ่งที่คลื่นนี้กระแทกต่อไปคือเรื่องของสัดส่วน ตลอดเวลาที่วงการแฟชั่นพัฒนามาเรื่อยๆ อุตสาหกรรมแฟชั่นจะโฟกัสแค่คนที่สัดส่วนปกติหรือแบบค่านิยมเท่านั้น จึงทำให้ไซส์ของเสื้อผ้าที่มีให้คนรูปร่างพลัสไซส์หรือไม่ได้สูงโปร่งขาดแคลนและถูกมองข้ามไป แต่ทุกวันนี้ได้มีการผลิตเสื้อผ้าออกมาอย่างหลากหลายเพื่อตอบสนองต่อคนรูปร่างต่างกันมากขึ้น การแข่งขันของวงการแฟชั่นในโลกยุคใหม่จะมีเรื่องของความสามารถในการผลิตเสื้อผ้าสำหรับคนทุกรูปร่างเข้ามาตัดสินในการแข่งขันของตลาดว่าแบรนด์ไหนดีกว่ากันด้วย

 

 

คลื่นสุดท้ายคงหนีไม่พ้นต่อเรื่องของคนผิวสี จากผลสำรวจของ McKinsey & Company เมื่อปี 2021 รายงานว่า คนผิวสีส่วนมากไม่สามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมแฟชั่นได้เท่าคนผิวขาวด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ก็ถูกดันขึ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยอินฟลูเอนเซอร์ผิวสีและคลื่นของโลกยุคใหม่ตลอดเวลาที่ผ่านมา จนทำให้มีพื้นที่ในเรื่องของแฟชั่นสำหรับคนผิวสีมากขึ้นกว่ายุคก่อนๆ เสื้อผ้าที่ผลิตมาในปัจจุบันจึงเริ่มมีเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้เข้ากับคนผิวสีมากขึ้น และเสียงของคนผิวสีก็สามารถส่งต่อวงการแฟชั่นได้ในที่สุด ผ่านรันเวย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

 

สุดท้ายนี้ ดูจากแนวโน้มของเสื้อผ้าปัจจุบันจะพบว่าคลื่นของโลกยุคใหม่มีอิทธิพลสูงมากต่อวงการแฟชั่น และในอนาคต คนยุคใหม่ที่มาพร้อมแนวความคิดที่ไม่เหมือนคนยุคเก่าจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น ประเด็นของความเท่าเทียมและความหลากหลายจะกลายเป็นเทรนด์ที่อยู่เหนือความหรูหราและไม่ได้เกิดแค่บางที่ในโลก แต่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นแบรนด์ที่ไม่สามารถปรับตัวต่อความต้องการของคนยุคใหม่ย่อมมีแนวโน้มที่จะอยู่รอดไม่ได้ หากปรับตัวไม่ทัน

 

แหล่งอ้างอิง

 

• Diversity Comes to The Fashion Industry 

https://workforce-resources.manpowergroup.com/blog/diversity-comes-to-the-fashion-industry

• The Fashion Industry Called for Diversity, But Has It Changed? Experts Weigh In

https://www.teenvogue.com/story/future-fashion-industry

• ทำไมอนาคตของวงการแฟชั่นยุคถัดไป ไม่ใช่ความหรูหรา-เข้าถึงยาก แต่คือความหลากหลายทางวัฒนธรรม

https://brandinside.asia/future-of-fashion-is-inclusivity/